วิเคราะห์ราคาทองคำประจำสัปดาห์ระหว่าง 25 พ.ย. - 29 พ.ย. 2567
สัปดาห์ที่แล้วทองคำฟื้นตัวขึ้นอย่างมาก พุ่งขึ้น 1.50% ในวันศุกร์ กลับมายืนเหนือระดับ 2,710
ปัจจัยบวกทองคำ
⭐️ข่าวความตึงเครียดทั่วโลกยังคงเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ราคาทองคำฟื้นตัวต่อไป
ความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการขยายตัวที่อาจเกิดขึ้นของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน / ความเสี่ยงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจขยายวงกว้างและกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซียทำให้ราคาทองคำแท่งสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและเลบานอนอาจปูทางไปสู่การทดสอบระดับสูงสุดตลอดกาล 2,790 ดอลลาร์อีกครั้ง #หนุนทอง
⭐️อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงเหลือ 4.40% ถือเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำแท่ง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ #หนุนทอง
⭐️ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นสัญญาณที่ไม่แน่นอน โดย PMI ภาคบริการและภาครวมมีผลงานดีกว่าคาด ขณะที่ PMI ภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัว #หนุนทอง
📊 ปัจจัยทางเทคนิค:
แนวโน้มทางเทคนิค: ผู้ซื้อทองคำตั้งเป้าราคาที่ 2,800 เหรียญ
ราคาทองคำยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายถัดไปทีรอท้าทายคือระดับ 2,750 ดอลลาร์อีกครั้ง
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาได้ทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) 50 วันที่ 2,663 ดอลลาร์ ทำให้ผู้ซื้อพากันดันราคาให้สูงขึ้น
📈เงื่อนใขดังกล่าว หากราคาทองคำทะลุ 2,750 ดอลลาร์ ราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 2,790 ดอลลาร์จะเป็นราคาถัดไป หากทะลุราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 2,800 ดอลลาร์ได้ ราคาจะทะลุ 3,000 ดอลลาร์ ซึ่งโกลด์แมนแซคส์มองว่าจะเป็นแนวต้านสำคัญถัดไป
📉ในทางกลับกัน หากราคาร่วงลงต่ำกว่า 2,700 ดอลลาร์ ราคาทองคำอาจเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ 2,700-2,650 ดอลลาร์ เว้นแต่ว่าขาลงจะสามารถผ่านจุดต่ำสุดของวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ 2,536 ดอลลาร์ ตามด้วย 2,500 ดอลลาร์
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพันธ์ (RSI) ได้เปลี่ยนไปในทิศทางขาขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ซื้อเป็นผู้ควบคุมทิศทางราคา
จากแนวต้านและแนวรับของราคาทองคำตามกรอบ H4 ระบุพื้นที่สำคัญดังนี้:
แนวต้าน: $2750, $2800, $2870
แนวรับ: $2650, $2600, $2525
สัปดาห์ที่แล้วทองคำฟื้นตัวขึ้นอย่างมาก พุ่งขึ้น 1.50% ในวันศุกร์ กลับมายืนเหนือระดับ 2,710
ปัจจัยบวกทองคำ
⭐️ข่าวความตึงเครียดทั่วโลกยังคงเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ราคาทองคำฟื้นตัวต่อไป
ความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการขยายตัวที่อาจเกิดขึ้นของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน / ความเสี่ยงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจขยายวงกว้างและกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซียทำให้ราคาทองคำแท่งสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและเลบานอนอาจปูทางไปสู่การทดสอบระดับสูงสุดตลอดกาล 2,790 ดอลลาร์อีกครั้ง #หนุนทอง
⭐️อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงเหลือ 4.40% ถือเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำแท่ง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ #หนุนทอง
⭐️ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นสัญญาณที่ไม่แน่นอน โดย PMI ภาคบริการและภาครวมมีผลงานดีกว่าคาด ขณะที่ PMI ภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัว #หนุนทอง
📊 ปัจจัยทางเทคนิค:
แนวโน้มทางเทคนิค: ผู้ซื้อทองคำตั้งเป้าราคาที่ 2,800 เหรียญ
ราคาทองคำยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายถัดไปทีรอท้าทายคือระดับ 2,750 ดอลลาร์อีกครั้ง
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาได้ทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) 50 วันที่ 2,663 ดอลลาร์ ทำให้ผู้ซื้อพากันดันราคาให้สูงขึ้น
📈เงื่อนใขดังกล่าว หากราคาทองคำทะลุ 2,750 ดอลลาร์ ราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 2,790 ดอลลาร์จะเป็นราคาถัดไป หากทะลุราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 2,800 ดอลลาร์ได้ ราคาจะทะลุ 3,000 ดอลลาร์ ซึ่งโกลด์แมนแซคส์มองว่าจะเป็นแนวต้านสำคัญถัดไป
📉ในทางกลับกัน หากราคาร่วงลงต่ำกว่า 2,700 ดอลลาร์ ราคาทองคำอาจเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ 2,700-2,650 ดอลลาร์ เว้นแต่ว่าขาลงจะสามารถผ่านจุดต่ำสุดของวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ 2,536 ดอลลาร์ ตามด้วย 2,500 ดอลลาร์
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพันธ์ (RSI) ได้เปลี่ยนไปในทิศทางขาขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ซื้อเป็นผู้ควบคุมทิศทางราคา
จากแนวต้านและแนวรับของราคาทองคำตามกรอบ H4 ระบุพื้นที่สำคัญดังนี้:
แนวต้าน: $2750, $2800, $2870
แนวรับ: $2650, $2600, $2525
관련 발행물
면책사항
해당 정보와 게시물은 금융, 투자, 트레이딩 또는 기타 유형의 조언이나 권장 사항으로 간주되지 않으며, 트레이딩뷰에서 제공하거나 보증하는 것이 아닙니다. 자세한 내용은 이용 약관을 참조하세요.
관련 발행물
면책사항
해당 정보와 게시물은 금융, 투자, 트레이딩 또는 기타 유형의 조언이나 권장 사항으로 간주되지 않으며, 트레이딩뷰에서 제공하거나 보증하는 것이 아닙니다. 자세한 내용은 이용 약관을 참조하세요.
