17 กันยายน 2567 เมื่อ SET ปิดมากกว่าเท่ากับแนว 38.2% ที่ 1434.69 ในรอบปี 2566-2567 เราอ่านอย่างไร?
ตัวเลขฟีโบนัชชี เป็นตัวเลขอนุกรมหรือลำดับที่เรียงกัน และเรียงกันอย่างมีแบบแผน ค้นพบโดยนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีนามว่า Leonardo Pisano หรือรู้จักกันกว้างขวางในนามว่า Fibonacci
Fibonacci Retracement คือ หนึ่งในประเภทของ Fibonacci Indicator ที่สามารถหาจุดพักตัวของราคา จุดกลับตัวของราคา จุดทำกำไร (Take Profit) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ถูกใช้ในการวิเคราะห์กราฟ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ด้วยการระบุ Price Level ล่วงหน้า ยิ่งนักลงทุนที่ต้องใช้แนวรับและแนวต้านเป็นสิ่งสำคัญในการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการกลับตัว (Breakout)
โดย Fibonacci จะเป็นการการใช้ Price Level อ้างอิงระดับราคาย้อนหลัง
ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีนักลงทุนจำนวนมากที่ใช้อัตราส่วนทองคำ ในการคำนวณแนวรับและแนวต้าน เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน
ตัวอย่าง ตัวเลข Fibonacci
ตัวเลข Fibonacci ที่ได้มาคือ 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233…. ไม่มีสิ้นสุด
โดยมีรายละเอียดการคำนวณดังนี้
1, 1, 2 (เกิดจาก 1+1)
3 (เกิดจาก 2+1)
5 (เกิดจาก 2+3)
8 (เกิดจาก 3+5)
13 (เกิดจาก 5+8)
21 (เกิดจาก 8+13)
34 (เกิดจาก 13+21)
55 (เกิดจาก 21+34)
89 (เกิดจาก 34+55)
144 (เกิดจาก 55+89)
233 (เกิดจาก 89+144)
นอกจากนี้ ตัวเลข Fibonacci ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เพราะ เลข Fibonacci ตัวหลัง มีค่าออกมาใกล้เคียงกับ 0.618 เสมอ เช่น 144/233 = 0.618
ซึ่งผลลัพธ์จากคุณสมบัติข้างต้นของตัวเลข Fibonacci คือ 0.618, 1.618, 0.382 และ 2.618 ถือเป็นสัดส่วนธรรมชาติ และ 0.618 และ 1.618 คือ สัดส่วนที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด หรือที่เรียกกันว่า อัตราส่วนทองคำ
วิธีดูตัวเลข Fibonacci Level ที่ช่วยให้นักลงทุนพิจารณาสำหรับการลงทุน
0 = 0.0%
0.146 = 14.6%
0.236 = 23.6%
0.382 = 38.2%
0.5 = 50.0%
0.618 = 61.8%
0.786 = 78.6%
0.886 = 88.6%
1 = 100.0%
1.272 = 127.2%
1.618 = 161.8%
2.618 = 261.8%
4.236 = 423.6%
กลยุทธ์สำคัญของการพักราคา
และการใช้ เลข Fibonacci Retracement จะมีค่า Fibonacci ที่สำคัญอยู่ 3 โซน ได้แก่
โซนเริ่มต้นเปลี่ยนแนวโน้ม
ค่า Fibonacci คือ 14.6 = ราคาปิดเหนือแนวนี้
ค่า Fibonacci คือ 23.6 = แนวต่อไปในการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง
โซนที่สองของโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม
กรณีขึ้นมาก่อนแล้วพักตัว ให้ไล่เรียง 61.8,50 และ 38.2 หากเป็นแนวโน้มลงมาก่อนให้ไล่เรียง 38.2,50 และ 61.8
ค่า Fibonacci คือ 61.8 = จุดพักตัวที่ 1 ราคามักจะมีการพักตัวบริเวณนี้
ค่า Fibonacci คือ 50.0 = จุดพักตัวที่ 2 ในกรณีที่ราคาหลัดจุดพักตัวที่ 1 ลงมาได้
ค่า Fibonacci คือ 38.2 = จุดพักตัวที่ 3 หากราคามีแนวโน้มที่แข็งแรงจะไม่สามารถลงมาถึงจุดที่ 3 ได้ แต่ถ้าหากสามารถลงมาถึงจุดนี้ได้ หมายความว่า ราคามีโอกาสกลับตัวสูง
ในทำนองเดียวกัน ในแนวโน้มลงมาก่อน เมื่อราคากลับขึ้นมาปิดเหนือแนว 38.2% ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันในตอนนี้ก็จะอ่านได้ว่ามีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางจากลงไปเป็นขึ้นได้ต่อเนื่อง
โซนที่สามของโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม
ค่า Fibonacci คือ 78.6 = ราคาปิดเหนือแนวนี้
ค่า Fibonacci คือ 88.6 = แนวต่อไปในการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องมือ Fibonacci ในการวิเคราะห์ทิศทางของกราฟราคา โดยหลักการแนวรับ-แนวต้าน และ Golden Ratio ซึ่งประเภทของ Fibonacci ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นการวัดรอบการแกว่งตัวของราคาเพื่อหาจุดกลับตัวของรอบ ซึ่งสามารถใช้จับจังหวะในการซื้อขาย และยิ่งถ้าไปใช้ประกอบกับเครื่องมืออื่นอย่างเช่น การดู Elliott Wave, Harmonic Pattern และ TD SEQUENTIAL ก็จะยิ่งทวีความมีประสิทธิภาพในการลงทุนขึ้นไปอีกด้วยเช่นเดียวกัน
สุดท้ายแล้วผู้ลงทุนจะเลือกลงทุนแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้อง คิด วิเคราะห์ แล้วเตรียมรับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
ตัวเลขฟีโบนัชชี เป็นตัวเลขอนุกรมหรือลำดับที่เรียงกัน และเรียงกันอย่างมีแบบแผน ค้นพบโดยนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีนามว่า Leonardo Pisano หรือรู้จักกันกว้างขวางในนามว่า Fibonacci
Fibonacci Retracement คือ หนึ่งในประเภทของ Fibonacci Indicator ที่สามารถหาจุดพักตัวของราคา จุดกลับตัวของราคา จุดทำกำไร (Take Profit) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ถูกใช้ในการวิเคราะห์กราฟ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ด้วยการระบุ Price Level ล่วงหน้า ยิ่งนักลงทุนที่ต้องใช้แนวรับและแนวต้านเป็นสิ่งสำคัญในการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการกลับตัว (Breakout)
โดย Fibonacci จะเป็นการการใช้ Price Level อ้างอิงระดับราคาย้อนหลัง
ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีนักลงทุนจำนวนมากที่ใช้อัตราส่วนทองคำ ในการคำนวณแนวรับและแนวต้าน เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน
ตัวอย่าง ตัวเลข Fibonacci
ตัวเลข Fibonacci ที่ได้มาคือ 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233…. ไม่มีสิ้นสุด
โดยมีรายละเอียดการคำนวณดังนี้
1, 1, 2 (เกิดจาก 1+1)
3 (เกิดจาก 2+1)
5 (เกิดจาก 2+3)
8 (เกิดจาก 3+5)
13 (เกิดจาก 5+8)
21 (เกิดจาก 8+13)
34 (เกิดจาก 13+21)
55 (เกิดจาก 21+34)
89 (เกิดจาก 34+55)
144 (เกิดจาก 55+89)
233 (เกิดจาก 89+144)
นอกจากนี้ ตัวเลข Fibonacci ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เพราะ เลข Fibonacci ตัวหลัง มีค่าออกมาใกล้เคียงกับ 0.618 เสมอ เช่น 144/233 = 0.618
ซึ่งผลลัพธ์จากคุณสมบัติข้างต้นของตัวเลข Fibonacci คือ 0.618, 1.618, 0.382 และ 2.618 ถือเป็นสัดส่วนธรรมชาติ และ 0.618 และ 1.618 คือ สัดส่วนที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด หรือที่เรียกกันว่า อัตราส่วนทองคำ
วิธีดูตัวเลข Fibonacci Level ที่ช่วยให้นักลงทุนพิจารณาสำหรับการลงทุน
0 = 0.0%
0.146 = 14.6%
0.236 = 23.6%
0.382 = 38.2%
0.5 = 50.0%
0.618 = 61.8%
0.786 = 78.6%
0.886 = 88.6%
1 = 100.0%
1.272 = 127.2%
1.618 = 161.8%
2.618 = 261.8%
4.236 = 423.6%
กลยุทธ์สำคัญของการพักราคา
และการใช้ เลข Fibonacci Retracement จะมีค่า Fibonacci ที่สำคัญอยู่ 3 โซน ได้แก่
โซนเริ่มต้นเปลี่ยนแนวโน้ม
ค่า Fibonacci คือ 14.6 = ราคาปิดเหนือแนวนี้
ค่า Fibonacci คือ 23.6 = แนวต่อไปในการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง
โซนที่สองของโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม
กรณีขึ้นมาก่อนแล้วพักตัว ให้ไล่เรียง 61.8,50 และ 38.2 หากเป็นแนวโน้มลงมาก่อนให้ไล่เรียง 38.2,50 และ 61.8
ค่า Fibonacci คือ 61.8 = จุดพักตัวที่ 1 ราคามักจะมีการพักตัวบริเวณนี้
ค่า Fibonacci คือ 50.0 = จุดพักตัวที่ 2 ในกรณีที่ราคาหลัดจุดพักตัวที่ 1 ลงมาได้
ค่า Fibonacci คือ 38.2 = จุดพักตัวที่ 3 หากราคามีแนวโน้มที่แข็งแรงจะไม่สามารถลงมาถึงจุดที่ 3 ได้ แต่ถ้าหากสามารถลงมาถึงจุดนี้ได้ หมายความว่า ราคามีโอกาสกลับตัวสูง
ในทำนองเดียวกัน ในแนวโน้มลงมาก่อน เมื่อราคากลับขึ้นมาปิดเหนือแนว 38.2% ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันในตอนนี้ก็จะอ่านได้ว่ามีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางจากลงไปเป็นขึ้นได้ต่อเนื่อง
โซนที่สามของโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม
ค่า Fibonacci คือ 78.6 = ราคาปิดเหนือแนวนี้
ค่า Fibonacci คือ 88.6 = แนวต่อไปในการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องมือ Fibonacci ในการวิเคราะห์ทิศทางของกราฟราคา โดยหลักการแนวรับ-แนวต้าน และ Golden Ratio ซึ่งประเภทของ Fibonacci ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นการวัดรอบการแกว่งตัวของราคาเพื่อหาจุดกลับตัวของรอบ ซึ่งสามารถใช้จับจังหวะในการซื้อขาย และยิ่งถ้าไปใช้ประกอบกับเครื่องมืออื่นอย่างเช่น การดู Elliott Wave, Harmonic Pattern และ TD SEQUENTIAL ก็จะยิ่งทวีความมีประสิทธิภาพในการลงทุนขึ้นไปอีกด้วยเช่นเดียวกัน
สุดท้ายแล้วผู้ลงทุนจะเลือกลงทุนแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้อง คิด วิเคราะห์ แล้วเตรียมรับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
면책사항
해당 정보와 게시물은 금융, 투자, 트레이딩 또는 기타 유형의 조언이나 권장 사항으로 간주되지 않으며, 트레이딩뷰에서 제공하거나 보증하는 것이 아닙니다. 자세한 내용은 이용 약관을 참조하세요.
면책사항
해당 정보와 게시물은 금융, 투자, 트레이딩 또는 기타 유형의 조언이나 권장 사항으로 간주되지 않으며, 트레이딩뷰에서 제공하거나 보증하는 것이 아닙니다. 자세한 내용은 이용 약관을 참조하세요.
